20 ลิสต์เมืองสวยในสหรัฐฯ ไปแล้วปังแน่นอน จองตั๋วไปสหรัฐกันได้เลย

Woman,Sitting,On,A,Bench,And,Looking,At,New,York

 

สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นดินแดนที่สุดแสนกว้างใหญ่ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ มีรัฐต่างๆ มากมายถึง 50 รัฐ และ 1 เขตปกครองกลาง  5 ดินแดนปกครองตนเองสำคัญ และเกาะเล็กต่างๆ กระจายอยู่ตามมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลแคริบเบียน  เรียกได้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายนับไม่ถ้วนให้สำรวจกัน ยิ่งตอนนี้การเดินทางไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นที่นิยมมาก สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีวีซ่า และจองตั๋วเครื่องบินไปสหรัฐอเมริกา เพราะว่าไปถึงไม่ต้องกักตัว สามารถเที่ยวได้เลย แถมเดินทางกลับมาไท่ย สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ไม่ต้องกักตัวอีกด้วย ทางไปจองตั๋วเครื่องบินไปสหรัฐ กับ Traveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-united-states-of-america

 

เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราจึงช่วยเลือก “20 ลิสต์เมืองสวยในสหรัฐฯ ไปแล้วปังแน่นอน” มาฝากกัน แต่ก่อนจะไปกดตั๋ว ให้ลองกดเข้าไปเช็คมาตรการสนามบินกันได้ที่นี่ > https://www.traveloka.com/th-th/flight/safe-travel

 

————————————-

 

1. มหานครนิวยอร์ก (New York City)

 

New,York,-,July,21:,Yellow,Taxis,Rides,On,5th

New York City02

 

“นิวยอร์ก” เป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลก ทุกซอกทุกมุมเต็มไปด้วยความศิวิไลซ์ และไม่เคยหลับใหล มีครบทุกสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ มีย่านช้อปปิ้งให้ช้อปกระจายทั้งย่านไทม์สแควร์ (Time Square) ถนนสายที่ 5 (The 5th Avenue) ย่านโซโห (Soho) เฮรัลด์สแควร์ (Herald Square) และมีแลนด์มาร์กสำคัญๆ ให้เยี่ยมชมมากมาย ได้แก่ “อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ” (Statue of Liberty) สัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา  “อาคารเอ็มไพร์สเตต” (Empire State Building) จุดชมวิวเมืองนิวยอร์กสุดอลังการ “สถานีแกรนด์เซ็นทรัล” (Grand Central Station) สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก และพลาดไม่ได้กับแหล่งบันเทิงสุดคึกคัก “ย่านบรอดเวย์” (Broadway District) ที่ใครไม่ได้แวะ ถือว่ามาไม่ถึงนิวยอร์ก

 

————————————-

 

2. วอชิงตันดีซี (Washington DC)

 

 Washington,Dc,,Usa,-,November,30,,2019:,Us,Capitol,Building

Thomas,Jefferson,Memorial,In,Washington,Dc,United,States

 

“วอชิงตัน ดี.ซี.” เป็นเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา อยู่ในเขตฝั่งซ้ายของแม่น้ำพอตอแมก (Potomac River) โดดเด่นในเรื่องการจัดวางผังเมือง มีถนนที่แผ่กระจายออกมาจากแนวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า บริเวณใจกลางเป็นที่ตั้ง “อนุสาวรีย์วอชิงตัน” (Washington Monument) บริเวณใกล้เคีียงยังมีอนุสาวรีย์และที่เที่ยวมากมาย เช่น “ทำเนียบขาว” (White House) ที่ทำงานและที่พักอาศัยของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา “อนุสรณ์สถานลินคอล์น” (Lincoln Memorial) อนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่“อับราฮัม ลินคอล์น” (Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกา “อนุสรณ์สถานเจฟเฟอร์สัน” (Thomas Jefferson Memorial) อนุสรณ์รำลึกถึง “โธมัส เจฟเฟอร์สัน” (Thomas Jefferson) ประธานาธิบดีคนที่ 3 และผู้เขียนปฏิญญาอิสรภาพแห่งสหรัฐอเมริกา

 

————————————- 

3. ลอสแอนเจลิส (Los Angeles)

 

Los,Angeles,,California,-,March,1,,2016:,Traffic,And,Pedestrians

Hollywood,Sign,District,In,Los,Angeles,,Usa.,Beautiful,Hollywood,Highway

 

“แอลเอ” (LA) เป็นชื่อเรียกสั้นๆ ของเมืองแห่งนางฟ้า “ลอสแองเจลิส” แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ปลายทางของถนนสายประวัติศาสตร์ “ทางหลวงสหรัฐหมายเลข 66” (Route 66) เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของฮอลลีวูด (Hollywood) และเป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร มีทั้งโรงถ่ายภาพยนตร์ “พาราเมาต์สตูดิโอ” (Paramount Studio) และ “ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ” (Universal Studio) ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด และมีสวนสนุกชื่อก้องโลก “สวนสนุกดิสนีย์แลนด์” (Disneyland) ให้สนุกสนานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และมีถนนฮอลลีวูดวอร์กออฟเฟม (Hollywood Walk of Fame) ให้เดินกระทบไหล่คนดัง  ส่วน “เบเวอร์รีฮิลส์” (Beverly Hills) เป็นย่านพักอาศัยของเหล่าเซเลบดารา มีบ้านสวยๆ สุดหรูหราให้ชมเพียบเลย

 

————————————-

 

4. ฮิวสตัน (Houston)

 

Downtown,Houston,Skyline,In,Texas,Usa,With,Bluesky

Bicyclists,Cross,Wooden,Bridge,In,Buffalo,Bayou,Park,,With,A

 

“ฮิวสตัน” เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของอเมริกา ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก รัฐเท็กซัส (Texas) ประมาณ 48 กิโลเมตร เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยมากมาย มีความบันเทิงทุกรูปแบบครบวงจร และมีชื่อเสียงในด้านอาหารการกินสไตล์เท็กซัส สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ “ศูนย์อวกาศฮิวสตัน” (Space Center of  Houston) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการฝึกนักบินและการควบคุมภารกิจขององค์การนาซา (NASA) “ดาวน์ทาวน์อควาเรียม” (Downtown Aquarium)​ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะเฮอร์แมนน์ (Hermann Park) ในย่านดาวน์ทาวน์ นอกจากนี้ที่ “ย่านพิพิธภัณฑ์” (Museum District) ยังเรียงรายไปด้วยพิพิธภัณฑ์ต่่างทั้งหมด 19 แห่ง ให้่นักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปฮิวสตันได้สำรวจกันอย่างจุใจ

 

————————————-

 

5. ลาสเวกัส (Las Vegas)

 

 Las,Vegas,,Nevada,,Usa,At,The,Back,Of,The,Welcome

Las,Vegas,Strip,Aerial,View,Cityscape,In,Nevada,Usa

 

ลาสเวกัส ในรัฐเนวาดา (Nevada) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความหรูหราฟู่ฟ่า แลนด์มาร์กห้ามพลาดอยู่ที่ถนนสตริป (Strip Road) ถนนเส้นหลักใหญ่ใจกลางดาวน์ทาวน์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมความบันเทิงทั้งหมดของเมือง มีน้ำพุเต้นระบำเบลลาจิโอ (Bellagio Fountains) เป็นจุดปักหมุดสุดเด่น ส่วน“สตราโตสเฟียร์ทาวเวอร์” (Stratosphere Tower) คือหอคอยสูงกว่า 350 เมตร เป็นจุดวิวลาสเวกัสแบบ 360 องศา   ลาสเวกัสยังเป็นที่ตั้งของ “เขื่อนฮูเวอร์” (Hoover Dam) เขื่อนหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจาก “แกรนด์แคนยอน” (Grand Canyon) สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) ใครชอบแสงสีอย่าลืมแวะ “พิพิธภัณฑ์ป้ายไฟนีออน” (Neon Museum) สถานที่เก็บรวบรวมเอาป้ายในยุคต่างๆ ให้คนรุ่นหลังได้ชมกัน ส่วนใครที่อยากเล่นคาสิโนแบบถูกกฎหมาย อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินไปลาสเวกัส

 

————————————-

 

6. ซานฟรานซิสโก (San Francisco)

 

 Famous,Lombard,Street,In,San,Francisco,At,Sunrise

Classic,View,Of,Historic,Traditional,Cable,Cars,Riding,On,Famous

 

“ซานฟรานซิสโก” เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายความเป็นยุโรปกับบ้านเรือนสไตล์วิคทอเรียนสีหวาน โดดเด่นอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) เมืองที่เป็นฉากหลังของภาพยนตร์ดังๆ มากมาย มีสะพานสีแดง “สะพานโกลเดนเกต” (Golden Gate Bridge) เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ซึ่งสามารถมองเห็นได้จาก “ท่าเรือฟิชเชอร์แมนวอร์ฟ” (Fisherman’s Wharf) ท่าเรือประมงเก่าแก่ที่อัดแน่นไปด้วยร้านอาหารทะเลสดใหม่ ใกล้ๆ กันคือ “ท่าเรือ 39๐ (Pier 39) แหล่งรวมความบันเทิงมีทั้งร้านอาหาร สวนสนุกร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และมี “สิงโตทะเล” ตัวเป็นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปรัวๆ ใจกลางเมืองยังมีสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในซานฟรานซิสโก “สวนสาธารณะโกลเดนเกท” (Golden Gate Park) ให้พักผ่อนชมธรรมชาติอีกด้วย

 

————————————-

 

7. ไมอามี (Miami)

 

Helicopter,View,Of,South,Beach,,Miami.

Miami,Beach,,Ocean,Drive,Fl,,Usa,-,March,2,,2020:

 

เมืองไมอามี  ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา เป็นศูนย์กลางในทุกสิ่งทั้งธุรกิจ การเงิน การสื่อสาร บันเทิง แฟชั่นและศิลปะ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของธุรกิจเรือสำราญของโลก ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บให้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในสหรัฐอเมริกา ปักหมุดจุดแรกกันที่ “ลิตเติลฮาวานา” (Little Havana)  ย่านของชาวคิวบาที่โดดเด่นด้วยวิถีชีวิตริมถนน ร้านอาหาร ดนตรีและการเต้นรำแบบคิวบา อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่คึกคักไม่แพ้กัน คือ “ชายหาดไมอามี” Miami Beach) ที่มีทางเดินเลียบชายหาดที่เรียกว่า “Miami Beach Boardwalk” ซึ่งเต็มไปด้วยโรงแรม ร้านอาหาร ทางตอนใต้ของหาดไมอามียังเป็นที่ตั้งของ “ย่านอาร์ตเดโค” (Art Deco District) อาคารหลากสีสันสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคที่สวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปทีี่ห้ามพลาดเด็ดขาด

 

————————————-

 

8. โฮโนลูลู (Honolulu)

 

Honolulu,,Hawaii.,Waikiki,Beach,In,Honolulu.

Honolulu,,Hawaii,-,September,7,,2013:,Surfboards,Lined,Up,In

 

“โฮโนลูลู” เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดชองรัฐฮาวาย (Hawaii) ที่นี่เปรียบได้ดังสวรรค์ของนักโต้คลื่น มีชายหาดชื่อดังอย่าง “หาดไวกีกิ” (Waikiki Beach) ที่ได้ชื่อว่าครบเครื่องเรื่องกิจกรรมทางทะเล บริเวณชายหาดเต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์และคาเฟ่ และมีแหล่งช็อปปิ้งให้ละลายทรัพย์ อย่างศูนย์การค้ารอยัลฮาวาเอียนเซ็นเตอร์ (Royal Hawaiian Center) และ ศูนย์การค้าอินเตอร์เนชั่นแนลมาร์เก็ตเพลส (International Marketplace) ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่นๆ เช่น “ไดมอนด์เฮด” (Diamond Head)  ปากปล่องภูเขาไฟซึ่งเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของฮาวาย “คฤหาสถ์แชงกรีลา” (Shangri La) ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมอิสลามที่ก่อตั้งโดยทายาท “ดอริส ดุ๊ก” (Doris Duke)  และ “พระราชวังอิโอลานี” ( Iolani Palace) ซึ่งเป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา

 

————————————-

 

9. เดนเวอร์ (Denver)

 

Colorado,State,Capitol,Building,In,Denver,Aerial,View

Denver,,Colorado/u.s.a.,-,July,2,,2016:,The,40-foot-high,Blue,Bear

 

เดนเวอร์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐโคโลราโด (Colorado) ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงโอบล้อมด้วยเทือกเขาร็อกกี้ (Rockies) ด้วยตัวเมืองสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1 ไมล์ เดนเวอร์จึงมีชื่อเล่นว่า “ไมล์ไฮซิตี้” (Mile High City) ส่วนสถานที่สำคัญต่างๆ ก็ถูกต้องชื่อประมาณเดียวกัน อย่างเช่น  “ไมล์ไฮสเตเดียม” (Mile High Stadium) สนามกีฬาซึ่งเป็นที่ตั้งของทีมอเมริิกันฟุตบอล “เดนเวอร์บรองโกส์” (Denver Broncos) ส่วนที่สนามเบสบอล “คูรส์ฟิลด์” (Coors Field) จะมีที่นั่งตัวหนึ่งที่เป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำทีมโคโลราโดรอกกี้ส์ (Colorado Rockies) ซึ่งมีระดับความสูง 1 ไมล์ ไฮไลท์สำคัญของเมืองคือ “โกลเด้นไทรแองเกิ้ล” (Golden Triangle) หนึ่งในย่านที่เก่าแก่ที่สุดในเดนเวอร์ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ 8 แห่ง และเต็มไปด้วยอาคารสไตล์วิคตอเรียน ไม่ไกลกันมีสวนสาธารณะแบบนีโอคลาสสิก “ซิตี้ปาร์ก” (City Park) ให้เดินชมธรรมชาติสุดคูล

 

————————————-

 

10. ชิคาโก (Chicago)

 

Reflection,Of,A,Chicago,Buildings,In,A,Mirror,Of,Chicago

Autumn,In,Grant,Park,,Chicago,,With,Colored,Leaves,On,The

 

“ชิคาโก” เป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ชองอเมริกา ได้รับฉายาว่า “’The Windy City” เป็นเมืองที่มีลมพัดผ่านตลอดเวลา เนื่องตั้งอยู่บนฝั่งทะเลสาบมิชิแกน (Lake Michigan) ในรัฐอิลลินอยส์ เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำอย่างเช่น “มิลเลนเนียมปาร์ก” (Millenium Park) สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง ที่มีจุดถ่ายรูปยอดฮิตคือ “คลาวด์เกต” (Cloud Gate) ประติมากรรมขนาดใหญ่หน้าตาคล้ายเมล็ดถั่ว อีกจุดที่ต้องแวะ คือ “น้ำพุคราวน์” (Crown Fountain) เป็นการแสดงประกอบแสงสีเสียงบนแท่งแกรนิตสีดำ มีลักษณะเป็นหน้าคนพ่นกำลังพ่นน้ำ ชิคาโกยังเป็นที่ตั้งของตึกที่สูงที่สุดในอเมริกา “วิลลิสทาวเวอร์” (Willis Tower) ไฮไลท์ของอาคารสูง 110 ชั้นแห่งนี้ึคือ ชั้น 103 ที่มีจุดชมวิวยื่นออกจากตัวตึก ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวเมืองแบบขาสั่นๆ

 

————————————-

 

11. ซานตาเฟ (Santa Fe)

 

Santa,Fe,,New,Mexico,,Usa

Santa,Fe,,Usa,-,July,30,,2015:,Colorful,Pink,And

 

“ซานตาเฟ” เป็นเมืองหลวงของรัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico)  มลรัฐทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมของสเปนและเม็กซิโกผสมผสานอเมริกัน บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นสีเอิร์ธโทน มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ได้แก่  “มหาวิหารเซนต์ฟรานซิส” (Cathedral Basilica of St. Francisi) โบสถ์โรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่นักบุญฟรานซิส “พระราชวังของเจ้าเมือง” (Palace of the Governors) อาคารสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นอาคารรัฐสภาของรัฐนิวเม็กซิโก ส่วน “พิพิธภัณฑ์ศิลปะนิวเม็กซิโก” (New Mexico Museum of Art) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐนิวเม็กซิโก และยังมี “ตลาดเกษตรกร” (Farmers ‘Market) ที่มีพืชพักผลไม้สดใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปกัน

 

————————————-

 

12. นิวออร์ลีนส์ (New Orleans)

 

New,Orleans,,Louisiana,,Usa,Street,Cars.

New,Orleans,,Louisiana,-,June,20,,2014:,Jazz,Band,Playing

 

“นิวออร์ลีนส์” เป็นเมืองหลวงของรัฐลุยเซียนา (Louisiana) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิสซิสซิปปี Mississippi River) ในอดีตเคยถูกปกครองทั้่งจากสเปนและฝรั่งเศส เมืองนี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นสุดๆ ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดเพลงแจ๊สอีกด้วย ไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ย่านเก่าแก่ “เฟรนช์ควอเตอร์” (French Quarter) เป็นที่ตั้งของ “แจ็คสันสแควร์” (Jackson Square) อุทยานประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นด้วยอนุสาวรีย์ของ “แอนดรูว์ แจ็กสัน” (Andrew Jackson) ประธานาธิบดีคนที่ 7 ของอเมริกา และยังมี “ถนนเบอร์เบิน” (Bourbon Street) เป็นจุดปักหมุดสำคัญ อัดแน่นไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส และสถานบันเทิงยามราตรี ทั้งคาเฟ ระบำเปลื้องผ้า และแจ๊สคลับ ทั้งยังเป็นจุดจัดงานมาร์ดิกราส์ (Mardi Gras) งานพาเหรดที่ใหญ่ที่สุดของนิวออร์ลีนส์อีกด้วย    

 

————————————-

 

13. บอสตัน (Boston)

 

 Boston,Skyline,Seen,From,Piers,Park,,Massachusetts,,Usa

George,Washington,Monument,At,Public,Garden,In,Boston,,Massachusetts.

 

“บอสตัน” เมืองหลวงของมลรัฐแมตซาชูเซสต์ (Massachusetts) เป็นเมืองที่ถือว่าเป็น “เอเธนส์แห่งอเมริกา” (Athens of America) เพราะเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีสถานที่ท่องเที่ยวให้รอยประวัติศาสตร์มากมาย เริ่มต้นกันที่ย่านบีคอนฮิลล์ (Beacon Hill) ย่านเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “รัฐสภาของรัฐแมสซาชูเซตส์” (Massachusetts State House) ส่วนย่านแบ็คเบย์ (Back Bay) มีอาคารบ้านเรือนสไตล์วินเทจ และโบสถ์เก่าแก่ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปสวยๆ แบบเพลินๆ ย่านที่มีชีวิตชีวาและมีวิวริมแม่น้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง คือ “อีสต์บอสตัน” ย่านที่เคยเป็นศูนย์กลางการต่อเรือ และมีร้านอาหารหลากหลายสัญชาติให้เลือกชิมเพียบ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “Nation’s First Branch Library” หรือ

ห้องสมุดสาขาแห่งแรกของประเทศ

 

————————————-

 

14. ซานดิเอโก (San Diego)

 

San,Diego,,California,Cityscape,At,The,Gaslamp,Quarter.

Beach,And,Palm,Trees,In,San,Diego,,Southern,California,Coast,

 

“ซานดิเอโก” เมืองน่ารักๆ ริมชายฝั่งแปซิฟิก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California)เมืองประวัติศาสตร์ที่มีมนต์สเน่ห์ของวัฒนธรรมสเปน แลนด์มาร์กห้ามพลาดคือ “สวนโบอา” (Balboa Park) อุทยานประวัติศาตร์ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา ที่นี่มีทั้งสวนสาธารณะ สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ แกลลอรี และโรงละครหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจ ส่วนย่านช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านอาหารก็ต้องที่ “ลิตเติ้ลอิตาลี” (Little Italy) ย่านดาวน์ทาวน์ใจกลางเมืองที่มีร้านอาหารอิตาเลียนให้เลิือกชิมมากมายหลายร้าน แถมยังอยู่ใกล้ๆ กับ “อ่าวซานดิเอโก” (San Diego Bay) ซึ่งเป็นจุดลงเรือล่องชมวิวเมือง ที่ย่านเมืองเก่า (Old Town) ที่นอกจากจะมีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ให้ได้ชม ยังมีร้านอาหารแม็กซิกันให้ชิมเพียบเช่นกัน กิจกรรมห้ามพลาดของที่นี่ คือการไปชมการแสดงของปลาวาฬเพชรฆาตที่ “สวนสัตว์น้ำซีเวิลด์” (Sea World)

 

————————————-

 

15. ซีแอตเทิล (Seattle)

 

Seattle,Downtown,Skyline,And,Mt.,Rainier,,Washington.

Bench,And,View,Of,The,Downtown,Seattle,Skyline,,In,Seattle,

 

“ซีแอตเทิล” เมืองท่าชายฝั่งในรัฐวอชิงตัน (Washington) เมืองน่าอยู่ที่สุดในอเมริกา แหล่งกำเนิดร้านกาแฟชื่อดังระดับโลก ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ (Starbucks) แห่งแรกของโลก ตั้งอยู่ในตลาดไพค์เพลส (Pike Place Market) หนึ่งในตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1907 บรรยากาศสุดคึกคัก ที่นี่มีขายทั้งอาหารทะเล เบเกอรี่ กาแฟ ดอกไม้ ผักและผลไม้ ใครไม่ได้แวะถือว่ายังมาไม่ถึงซีแอตเทิล สัญลักษณ์สำคัญของเมืองคือ “ หอคอยสเปซนีดเดิล” (Space Needle) หอสังเกตการณ์สูง 158 เมตร ตั้งตระหง่านย่านใจกลางเมือง เป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรม และจุดชมวิวเมืองแบบ 360 องศา มีร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานบันเทิงมากมายให้เลือกเช็คอิน  ใกล้ๆ กันมี “สวนแก้วชิฮูลี” (Chihuly Garden and Glass) เป็นแหล่งรวมของงานศิลปะของ “เดล ชิฮูลี” (Dale Chihuly) ประติมากรเป่าแก้วชื่อดังระดับโลก

 

————————————-

 

16. แอตแลนตา (Atlanta)

 

 Downtown,Atlanta,,Georgia,On,A,Cloudy,Day

Historical,Building,,Atlanta,Georgia,State,Capital,In,Usa

 

“แอตแลนตา” เมืองหลวงของรัฐจอร์เจีย (Georgia) จากป้อมปราการเล็กๆ ที่ชายแดนภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่นี่เป็นที่ตั้งของสำนักข่าวอันดับหนึ่งของโลก “ซีเอ็นเอ็น” (CNN) และที่ตั้งพิพิธภัณฑ์โคคา – โคลา (World of Coca-Cola) ที่เก็บเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของโค้กทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นที่ตั้ง “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจอร์เจีย” (Georgia Aquarium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย  เมืองแห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน “มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์” (Martin Luther King Jr.) ปัจจุบันบ้านของเขาได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เยี่ยมชมทุกซอกทุกมุม

 

————————————-

 

17. ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia)

 

 Philadelphia,Skyline,At,Night,With,The,Schuylkill,River

Beautiful,Philadelphia,Skyline,At,Sunset,In,Usa

 

“ฟิลาเดลเฟีย” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ฟิลลี” (Philly) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเครือรัฐเพนซิลเวเนีย (Commonwealth of Pennsylvania) ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา และเป็นเมืองแรกและเมืองเดียวที่ได้รับการยกฐานะเป็นมรดกโลก (World Heritage) จากยูเนสโก โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติอินดิเพนเดนซ์ (Independence National Historical Park) สถานที่ประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ทางตะวันตกของเมืองเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดเฟีย” (Philadelphia Museum of Art) เป็นอาคารแบบนีโอคลาสสิกตั้งอยู่บนเนินเขา จัดแสดงวัตถุมากกว่า 227,000 ชิ้น ในห้องจัดแสดงมากกว่า 200 ห้อง ไฮไลท์ของที่นี่คือรูปปั้นของนักมวยชื่อดัง “ร็อคกี้ โบอา” (Rocky Balboa) ผู้มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ใครไม่ได้มาถ่ายรูปที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง

 

————————————-

 

18. พอร์ตแลนด์ (Portland)

 

 Portland,,Maine,,Usa,Coastal,Townscape.

Portland,,Maine,,Usa,At,Portland,Head,Light.

 

“พอร์ตแลนด์” เมืองสุดฮิปสเตอร์แห่งรัฐโอเรกอน (Oregon) เป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางแบกเป้ใฝ่ฝันถึง เป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารักเป็นมิตร แถมค่าครองชีพยังต่ำที่สุดในสหรัฐฯ  เป็นหนึ่งในเมืองที่มีการวางผังไว้ดีที่สุดในโลก และยังเป็นเมืองที่เหมาะกับการขี่จักรยานที่สุดอีกด้วย ไฮไลท์ของเมืองคือ “สวนกุหลาบแห่งคฤหาสน์พิตท็อค” (Pittock Mansion) ที่ได้ชื่อว่าทัศนียภาพที่งดงามที่สุดในพอร์ตแลนด์ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกือบ 304 เมตร อีกหนึ่งจุดที่คนรักกุหลาบห้่ามพลาดคือ “วอชิงตันปาร์ค” (Washington Park) สวนธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “สวนทดสอบกุหลาบนานาชาติ” (International Rose Test Garden) สวนกุหลาบที่มีกุหลาบพันธุ์ต่างๆ หลายร้อยชนิด ซึ่งเป็นที่มาของฉายา “ดินแดนแห่งกุหลาบ” ของเมืองพอร์ตแลนด์นั่นเอง

 

————————————-

 

19. แนชวิลล์ (Nashville)

 

Nashville,,Tennessee,,Usa,Downtown,City,Skyline,On,The,Cumberland,River.

Nashville,-,Nov,11:,Neon,Signs,On,Lower,Broadway,Area

 

แนชวิลล์ เป็นเมืองหลวงของรัฐเทนเนสซี (Tennessee) ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland River) ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงเพลงคันทรีของโลก” มีจุดท่องเที่ยวหลักอยู่ที่ย่านดาวน์ทาวน์ที่มี “ตึก AT & T” หรือที่กันติดปากว่า “อาคารแบทแมน” เป็นแลนด์มาร์ก ซึ่งนับเป็นอาคารที่สูงที่สุดในรัฐเทนเนสซี ที่มีความสูงประมาณ 188 เมตร อีกหนึ่งอาคารที่น่าสนใจคือ “หอประชุมไรแมน” (Ryman Auditorium) เป็นสถานที่จัดงานคอนเสิร์ตเพลงคันทรีที่ชื่อ “แกรน์ โอล์ ออฟลี่” (Grand Ole Opry) กิจกรรมห้ามพลาดของที่นี่คือ “ทัวร์บ้านดารา” ที่จะพานักท่องเที่ยวเยี่ยมชมบ้านศิลปินดัง อย่างเช่น “เทย์เลอร์ สวิฟต์” (Taylor Swift) “คิด ร็อก” (Kid Rock) และ “ดอลลี พาร์ตัน” (Dolly Parton)  นักร้องคันทรีระดับตำนานของสหรัฐอเมริกา

 

————————————-

 

20. แฟร์แบงค์ (Fairbanks)

 

 Dog,Sledding,Fairbank,,Alaska,Winter

View,Of,Downtown,Fairbanks,Alaska,Across,Frozen,Chena,River,On

 

“แฟร์แบงค์”  เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ในรัฐอลาสกา (Alaska) เป็นหนึ่งในปลายทางในฝันของนักล่าแสงเหนือ เป็นเมืองอยู่ในตำแหน่งใต้วงแหวนออโรรา ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งชมแสงเหนือที่ดีที่สุดในอเมริกา ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงกลางสิงหาคมถึงเมษายน อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนอันสุดแสนมหัศจรรย์ เมืองแห่งนี้ยังมีกิจกรรมมากมายให้เพลิดเพลิน ทั้งเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์น้ำแข็งออโรรา (Aurora Ice Museum) นั่งจิบค็อกเทลที่บาร์น้ำแข็ง หรือแช่บ่อน้ำพุร้อนเชนา (Chena Hot Springs) ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของอลาสกา เมืองนี้ยังเป็นเมืองหลักในการจัดการแข่งขันศิลปะน้ำแข็งโลก (World Ice Art Championships) เป็นการประกวดและแสดงผลงานประติมากรรมน้ำแข็งที่งดงาม ที่จะจัดขึ้นในช่วงกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคมของทุกปี

 

————————————-

 

แต่ละเมือง ในแต่ละรัฐของดินแดนเสรีแห่่งนี้ มีความแตกต่างเฉพาะตัว ดังนั้นก่อนจะจองตั๋วเครื่องบินไปอเมริกา คุณต้องหาคำตอบให้ใด้ก่อนว่า ปลายทางในฝันที่แท้จริงที่ต้องการปักหมุดคือเมืองใด แน่ล่ะว่าต้องมีสักหนึ่ง หรือจะมากกว่าหนึ่งก็ไม่เกี่ยง อเมริกาเที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่ออยู่แล้ว

Information:

Rating : 5:5
Address : USA

Map :