รีวิว: ล่องเรือสำราญ Voyager of the Sea ที่ฮ่องกง

Cover HK

 

เชื่อว่าหลายๆท่านคงจะเคยมาเที่ยวที่ฮ่องกงกันแล้ว (หลายรอบ) บ้างก็มาช็อปปิ้ง บ้างก็มากินนู้นกินนี่ ถ่ายรูป ชมวิว ถ้ามากับเด็กๆก็อาจจะไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์กัน แต่รีวิวนี้ขอมาแนะนำอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่สนุกไม่แพ้แนวอื่นเลย ก็คือการล่องเรือสำราญสุดหรู ท่องอ่าวฮ่องกงกันแบบชิลๆ 3 วัน 2 คืน ซึ่งเป็นทริปที่ใช้เวลาไม่มาก เหมาะกับใครที่มีเวลาไม่มาก หรือวันลาน้อย ก็สามารถมาตามทริปสุดชิลนี้ได้สบายๆเลยครับ

 

All

 

สำหรับการวางแผนมาล่องเรือสำราญที่ฮ่องกงนี้ ผมได้ใช้บริการของ Travel Element ซึ่งเป็นตัวแทนในประเทศไทย สามารถจองทริปเรือสำราญต่างๆของ Royal Caribbean ได้ทั่วโลกเลย สำหรับโปรแกรมและแพคเกจต่างๆ สามารถเข้าไปเช็คได้ที่ www.TravelElements.co.th หรือหน้า Facebook ได้ที่ www.facebook.com/RoyalCaribbeanCruisesThailand

 

Travel Element

 

เนื่องจากทริปนี้ผมและครอบครัว ต้องการอยู่ช็อปปิ้งเพิ่มอีกหนึ่งวัน เพราะเป็นช่วงเซลกลางปีพอดี ก็เลยได้จองห้องพักเพิ่มในฮ่องกงไปอีก 1 คืนที่ The Park Lane Hong Kong a Pullman Hotel โดยได้ใช้บริการการจองที่พักฮ่องกงของ Traveloka ซึ่งเป็นเวปไซต์การจองห้องพักที่สะดวกที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ สามารถจองพักได้แบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิตด้วย รวมทั้งมีโปรโมชั่นและ Code ลดราคาออกมาให้ใช้กันตลอดเลย (ลิงค์จองห้องพัก https://www.traveloka.com/th-th/hotel/hong-kong/the-park-lane-hong-kong-a-pullman-hotel-1000000125555)

 

TVLK Pullman HK

 

ทริปนี้ผมเริ่มต้นเดินทางโดยใช้สายการบิน Hong Kong Airlines ครับ เค้าเตอร์เช็คอิน K ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพไปฮ่องกงทุกวัน วันละ 5 ไฟลท์ ตามรายละเอียดดังนี้ครับ

 

HK (1)-1

 

ขาไป

 

FlightNo. Route Departure Time Arrival Time Aircraft Type
HX780 BKK-HKG 03:35 08:05 Airbus A330-300
HX762 BKK-HKG 04:40 09:00 Airbus A330-200
HX768 BKK-HKG 08:25 12:10 Airbus A330-200
HX776 BKK-HKG 15:20 19:20 Airbus A330-300
HX766 BKK-HKG 20:50 00:55 Airbus A330-200

 

ขากลับ

 

FlightNo. Route Departure Time Arrival Time Aircraft Type
HX769 HKG-BKK 00:35 02:35 Airbus A330-300
HX767 HKG-BKK 02:00 04:00 Airbus A330-200
HX771 HKG-BKK 07:50 09:45 Airbus A330-300
HX775 HKG-BKK 12:30 14:05 Airbus A330-300
HX761 HKG-BKK 21:45 23:55 Airbus A330-300

 

เบาะแดง ลายอักษรจีน เป็นเอกลักษณ์ของสายนี้เลย มีระบบ Entertainment จัดเต็ม รวมทั้งอาหารร้อนบนเครื่องก็อร่อยถูกใจ อิ่มสบายแน่นอน!

 

HK (2)-1

 

HK (5)-1

HK (6)-1

 

HK (7)-1

 

ถึงสนามบินแล้ว ก็เดินทางต่อไปที่ Kai Tak Cruise Terminal สามารถนั่ง Taxi ไปจอดที่หน้าทางเข้าได้เลย หรือจะเลือกนั่งรถไฟจากสนามบินก็ได้ ประหยัดหน่อย แต่จะต้องต่อรถเข้าไปที่ท่าเรืออีกที ดังนั้นถ้าสะดวกสุด ผมแนะนำ taxi เลยดีกว่าครับ จ่ายเพิ่มอีกนิด ไม่เสียเวลาด้วย

 

HK (8)-1

 

จากที่จอด taxi ก็เดินตามป้ายไปได้เลยครับ ซึ่งบริเวณนี้จะมีพนักงานอำนวยความสะดวกช่วยยกกระเป๋าอยู่ ถ้าต้องการส่งกระเป๋าไปที่ห้องพักเลย ก็สามารถแจ้งได้เลย สะดวกมากๆ เดินตัวปลิ้วเข้าไปได้เลย

 

HK (9)-1

 

เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอบริเวณเช็คอินก่อน เตรียมเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย เช่น ใบคอนเฟริม พาสปอรต์ เท่านี้ก็เตรียมไปขึ้นเรือกันได้เลย

 

HK (10)-1

 

สำหรับเรือสำราญทริปนี้จะเป็น Voyager of the Sea กับทริปท่องอ่าวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน เรือของจริงนี่ลำใหญ่มากๆ มีขนาดระวางน้ำ 137,276 ตัน สูง 15 ชั้น ซึ่งถ้าเทียบกับเรือ Titanic ในอดีตจะมีขนาดเพียง 46,000 ตันเท่านั้น

 

HK (11)-1

 

ผ่านด่าน security ตรวจเช็คเอกสารอีกครั้ง ที่นี่ตรวจเช็คละเอียดจริงๆ ปลอดภัยแน่นอนครับ

 

HK (12)-1

 

หน้าตาบัตรที่ใช้ขึ้นเรือครับ สำคัญมาก ต้องพกติดตัวไว้ตลอดทั้งทริป เพราะจะต้องโชว์ทุกครั้งเมื่อใช้บริการต่างๆ หรือทานอาหารบนเรือครับ

 

HK (47)-1

 

เข้าเรือมาแล้ว ขอพาชมห้องพักกันก่อน ทริปนี้ผมได้อัพเกรดห้องพักมาเป็น Large Ocean View Stateroom ซึ่งผมจองมาในราคา 927.01 USD (พักแบบ 3 คน) ซึ่งแพคเกจขึ้นเรือนี้ ราคาเด็กกับผู้ใหญ่จะไม่ค่อยต่างกันเท่าไร แต่โชคดีที่ได้อัพเกรดห้องเป็นห้องใหญ่

 

Price
ในราคานี้ก็จะรวมห้องพัก อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ให้หมดแล้ว สามารถจัดเต็มใช้บริการบนเรือได้เลย แต่จะมีอยู่บางจุดที่ต้องเสียบริการเพิ่ม แต่โดยรวมส่วนใหญ่ก็จะฟรีทั้งหมดนะครับ

 

HK (17)-1

HK (18)-1

HK (19)-1

 

หลังจากเก็บของ ล้างหน้าล้างตากันแล้ว ก็ได้เวลาออกสำรวจเรือกัน ไปชมกันครับว่ามีอะไรสนุกๆบนเรือลำนี้บ้าง

 

HK (20)-1

 

อันดับแรกผมอยากแนะนำให้ตรงดิ่งไปที่ Casino บนเรือก่อนเลย เพราะเนื่องจากเรือยังไม่ออกจากท่าครับ ตัว Casino เลยยังไม่ได้ให้บริการ สามารถแว๊ปพาเด็กๆเข้าไปเก็บภาพต่างๆได้ก่อน แต่หลังจากที่เรือออกแล้ว จะไม่อนุญาติให้พาเด็กๆ หรือถ่ายภาพเข้าในได้นะครับ

 

HK (75)-1

HK (15)-1

 

หลังจากนั้นก็แนะนำให้ไปแวะทานขนมอร่อยๆกันก่อนที่ Café Promenade เพราะผู้โดยสารต่างๆยังขึ้นเรือมาไม่เยอะ ร้านโล่งนั่งสบาย ขนมเต็มๆตู้แบบนี้เลย

 

HK (24)-1

HK (28)-1

 

ทานเสร็จแล้ว อย่าลืมมาถ่ายรูปกับรถโบราณสีแดงคันนี้ด้วย ตั้งเด่นอยู่ข้างหน้าร้านเลย เป็นอีกหนึ่งมุมยอดฮิตของเรือลำนี้เลย

 

HK (76)-1

HK (77)-1

 

แต่ถ้าใครยังไม่อิ่ม ข้างๆก็มีไอติม Ben & Jerry’s ด้วย (เสียตังเพิ่มนะครับ)

 

HK (72)-1

 

หรือใครอยากจะเดินช็อปปิ้งต่อ ก็สะดวกเลยครับ บริเวณชั้นห้องโถงนี้ มีร้านค้าให้เดินเล่นอยู่หลายร้านเลย บางช่วงเวลาทางเรือก็จะมีสินค้า Duty Free นำออกมาตั้งโต๊ะลดราคากันอีกด้วย

 

HK (73)-1

 

เดินถัดขึ้นมานิดนึงก็จะมีร้านอาหาร และบาร์ต่างๆเรียงรายอยู่ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นคนใช้บริการเท่าไรครับ เนื่องจากจะเป็นร้านที่ต้องเสียตังเพิ่ม

 

HK (74)-1

 

ก่อนที่เรือจะออกจากท่านั้น ทุกคนจะต้องมาซ้อมและชมการสาธิตจากพนักงาน หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น จะได้ทราบกันว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง อันนี้เป็นกฏของทางเรือเลยนะครับ ซึ่งทุกคนจะต้องไปยังจุดนัดพบ เพื่อทำการลงชื่อด้วย

 

HK (22)-1

 

หากไม่ทราบว่าจุดนัดพบอยู่ที่ไหน ก็สามารถมาสอบถามกับพนักงานเสื้อกั๊กสีฟ้าได้ครับ ซึ่งบรรยากาศการซ้อมก็ประมาณในภาพด้านล่างนี้เลย ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ทีนี้ก็ได้เวลาไปสนุกกับบนเรือกันต่อละครับ ^_^

 

HK (46)-1

 

ขอพาไปเดินเล่นชิลๆกันต่อบนดาดฟ้าเรือกันบ้าง บนนี้กิจกรรมเพียบจริงๆครับ หลักๆจะมีสระว่ายน้ำอยู่ 2 โซน คือโซนของผู้ใหญ่ จะเน้นความเงียบสงบหน่อย และอีกโซนก็สำหรับทุกเพศทุกวัยครับ ก็จะเน้น entertain พร้อมกับกิจกรรมให้ร่วมสนุกไปกับการเล่นน้ำด้วย

 

HK (29)-1

HK (31)-1

HK (33)-1

 

มีบาร์เครื่องดื่มอยู่ตรงกลางด้วย สามารถมานั่งจิบไรเย็นๆ ชมวิวบนนี้ได้เลยครับ (บาร์นี้เสียค่าเครื่องดื่ม)

 

HK (32)-1

 

หรืออยากจะแค่มาเดินเล่นชมวิวบนนี้ ก็สามารถมาเดินตามลู่วิ่งตรงนี้ได้เลย แนะนำว่าเช้าๆ ออกมาวิ่งออกกำลังบนนี้ แจ่มมากๆครับ

 

HK (30)-1

HK (102)-1

HK (80)-1

 

เดินมาเรื่อยๆ อีกฝั่งนึงก็จะเป็นโซนเล่นกีฬาครับ มีให้เลือกเล่นกันเพียบจริง ทั้งสนามบาส-บอล, หน้าผ่าจำลอง, โต๊ะปิงปอง, สนามพัตต์กอล์ฟ 9 หลุม หรือไฮไลท์สุดๆอย่างการเล่น Flow ซึ่งทั้งหมดนี้คือ เล่นฟรีเลย!!!

 

HK (101)-1

HK (36)-1

HK (81)-1

HK (37)-1

HK (38)-1

 

ดูกิจกรรมกลางแจ้งกันมาแล้ว ทีนี้มาดูกิจกรรมในร่มกันบ้างครับ ทีเด็ดเลยก็ต้องโซนตู้เกม จัดเต็มมาเลย (เสียตังนะครับ) แต่ส่วนที่ไม่เสียตังก็จะเป็น Kid Club ครับ ซึ่งจะอยู่บริเวณเดียวกันกับที่นี่เลย แต่เสียดายที่ทาง Kid Club ไม่อนุญาติให้เก็บภาพ อยากจะบอกว่าถ้าใครพาเด็กเล็กมาด้วย ก็ไม่ควรพลาดเลยนะครับ

 

HK (35)-1

 

ไปชมกันต่อครับ ว่ามีอะไรสนุกๆน่าทำอีกบ้าง หากใครหลงทางหรือยังไม่รู้ไปไหนดี ก็สามารถศึกษาได้จากแผนที่เรืออันนี้ พบได้ทั่วเรือ ไม่หลงแน่นอนครับ

 

HK (42)-1

 

จากบริเวณโซนตู้เกมนี้ สามารถขึ้นไปได้อีกชั้น จะเป็นห้องที่ใช้สำหรับคู่บ่าวสาวที่มาทำพิธีแต่งงานบนเรือครับ บรรยากาศนี่บอกได้เลยว่าโรแมนติกจริงๆ

 

HK (41)-1

 

เดินกันมาเยอะแล้ว ทีนี้ผมขอพาไปชมบรรยากาศของห้องอาหารค่ำกันบ้าง มื้อค่ำมื้อแรกนี้ผมเลือกมาทานที่นี่ Sapphire เป็นห้องอาหารที่ใหญ่โตมากๆ ใช้เนื้อที่ไปถึง 3 ชั้น อาหารที่เสริฟจะเป็นแบบ Course Menu นะครับ อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

 

HK (44)-1

HK (45)-1

 

HK (43)-1

 

หน้าตาเมนูก็ประมาณนี้ครับ มีตัวเลือกให้เยอะอยู่พอสมควร หลักๆก็จะเน้นอาหารไปทางเอเชียนะครับ เนื่องจากเส้นทางนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวฮ่องกงทั้งนั้นเลย

 

HK (48)-1

Food

HK (59)-1

 

ระหว่างที่ผมทานๆอยู่ พนักงานก็มีความเอาใจใส่มากๆ เห็นลูกผมหั่นเนื้อไม่เข้า ก็รีบเข้ามาช่วยหั่นเลย เซอร์วิสแบบยอดเยี่ยมมาก ตบมือๆๆๆ

 

HK (52)-1

 

ในช่วงท้ายๆ ก็จะมีพนักงานออกมากล่าวขอบคุณ และเต้นโชว์ให้กับแขกทุกท่านด้วย ทำให้บรรยากาศดูสนุกและเป็นกันเองดี

 

HK (55)-1

 

หลังจากทานเสร็จแล้ว ขอแนะนำให้ออกมาเดินเล่นเดินย่อย กันที่บริเวณระเบียงรอบๆได้นะครับ บรรยากาศช่วงเย็นกลางทะเลนี่โอเคเลย

 

HK (60)-1

 

และถ้าใครยังไม่ง่วง ก็สามารถไปแจมกิจกรรมต่างๆในช่วงค่ำๆได้ ทั้งการแสดงโชว์ต่างๆ ดูหนัง ฟังเพลง จิบเครื่องดื่มตามบาร์ หรือใครคิดว่าจะไม่นอนเลย ก็ไปที่คาสิโน่เลยครับ เปิดทั้งวันทั้งคืนไปเลย

 

HK (83)-1

HK (106)-1

 

ขอข้ามมาต่อกันที่บรรยากาศอาหารเช้าบนเรือกันบ้าง ตามโปรแกรมสามารถเลือกทานได้หลายห้องอาหารเลย แต่ส่วนใหญ่แขกที่มาพักจะเลือกที่ Windjammer เพราะเป็นห้องอาหารบุฟเฟต์ที่ใหญ่ที่สุดบนเรือ อาหารก็จะเยอะและหลากหลายตามด้วย

 

HK (108)-1

Food2

 

HK (69)-1

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ของห้องอาหารนี้ก็คือ วิวครับ เนื่องจากตัวห้องอาหารจะอยู่ท้ายเรือพอดี ทำให้สามารถได้วิวพาโนแบบเต็มๆ ทานไปชมวิวทะเลไป ฟินเลยครับ

 

HK (61)-1

HK (62)-1

 

ทานเสร็จแล้ว ก็ขอไปออกกำลังเบิร์นร่างกายกันหน่อย เช้าๆแบบนี้คนยังไม่เยอะมากครับ เป็นช่วงเวลาที่ดีเลย ทั้งสระว่ายน้ำหรือโซนฟิตเนส เล่นกันสบายๆ

 

HK (78)-1

HK (70)-1

HK (71)-1

 

มาถึงมื้อเที่ยงกันบ้าง ก็เช่นกันครับ สามารถเลือกทานได้หลายห้องอาหารเช่นกัน มีหลากหลายรูปแบบเลย ทั้งบุฟเฟต์หรือจะเป็นแบบ course menu ลองไปชมกันครับว่าจะแตกต่างกันยังไงบ้าง

 

HK (90)-1

 

หน้าตาอาหารแบบ Course Menu มื้อเที่ยงที่ Sapphire ครับ ประมาณนี้เลยครับ โดยมื้อเที่ยงก็จะเน้นเป็นทั้งแบบเอเชียและ western ทีเด็ดก็จะเป็นพวกขนมหวานต่างๆครับ ทำได้ดีและอร่อยมากๆ

 

HK (94)-1

Food3

HK (92)-1

HK (93)-1

 

แต่ถ้าใครเบื่ออาหารแบบ course menu หรือยังไม่อิ่ม 555 ก็ลองแวะมาทานแบบบุฟเฟต์ที่ Windjammer ดูนะครับ อาหารหลากหลายจัดเต็มจริงๆ และมีทีเด็ดให้กดไอติมกินเองแบบไม่อั้นด้วย

 

Food4

HK (100)-1

 

หรือใครอยากจะลองอาหารแบบอื่นๆอีก ก็สามารถแวะไปตามร้านอาหารแนะนำบนเรือได้นะครับ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินเพิ่ม แต่ก็ดูน่าทานและบรรยากาศดีเลยทีเดียว

 

ปล. ผมไม่ได้แวะไปทานนะ เพราะแค่อาหารที่รวมมากับค่าเรือ ก็เยอะมากมายอยู่แล้วจริงๆ

 

HK (79)-1

HK (105)-1

 

ก่อนที่เรือจะกลับถึงท่า ผมได้ลองแวะมานั่งที่เล้าท์ชั้นบนดู วิวบนนี้งดงามจริงๆครับ ไม่จำเป็นต้องสั่งเครื่องดื่มก็สามารถแวะมานั่งชมวิวได้เลย

 

HK (40)-1

HK (104)-1

 

และแล้วก็ถึงเวลาลงเรือกันแล้วครับ ก่อนที่จะลากันไป ผมขอมาแนะนำกันต่ออีกนิด กับโรงแรมในฮ่องกงที่ผมได้มีโอกาสมาแวะพักอีกคืน ไหนๆมาพักช่วงเซลประจำปีแล้ว ก็ขออยู่ต่ออีกซักคืนละกัน ตามมาชมกันเลยยยยยย

 

HK (109)-1

 

ผมเลือกมาพักที่ The Park Lane Hong Kong a Pullman Hotel เพราะด้วยทำเลที่ตั้งของโรงแรมนี้ จะอยู่กลางย่าน Causeway Bay เลย จะช็อปปิ้งหรือหาของกิน ก็สะดวกสุดๆครับ รวมทั้งถ้าจะเดินทางไปไหนก็ง่ายเช่นกัน มีสถานีรถไฟ MTR อยู่ติดข้างโรงแรมเลย สะดวกมากๆ

 

HK (134)-1

HK (135)-1

 

ล็อบบี้เช็คอินตกแต่ง modern เลย

 

HK (124)-1

 

ตามมาชมห้องพักกันต่อครับ ตกแต่งเรียบหรูสไตล์พูลแมนเลย แต่ที่ชอบจริงๆคือวิวนอกหน้าต่างครับ จะอยู่ติดสวนสาธารณะเลย

 

HK (111)-1

HK (117)-1

 

HK (121)-1

 

HK (113)-1

 

HK (118)-1

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ก็คืออาหารเช้าครับ มีความหลากหลายและรสชาติดีเลย ถ้าจองมาพักที่นี่ เลือกอาหารเช้าไปด้วยเลยนะครับ รับรองว่าคุ้มจริงๆ

 

Food5

HK (129)-1

 

ก่อนจะลากันไปก็ขอเก็บภาพบรรยากาศรอบๆโรงแรมมาให้ชมกันอีกนิด เผื่อจะเป็นแนวทางให้ใครที่กำลังมองหาที่พักในฮ่องกงกันได้

 

HK (137)-1

HK (126)-1

HK (136)-1

 

สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณ

 

- บริษัท Travel Element เอเจ้นท์จองเรือสำราญ Royal Caribbean

- สายการบิน Hong Kong Airlines

- โรงแรม The Park Lane Hong Kong a Pullman Hotel

- Traveloka เวปจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน

 

HK (138)-1

 

Written by 9journeythailand

Information:

Rating : 5:5
Address : Hong Kong

Map :