Yogyakarta: พาชม 3 สุดยอดไฮไลท์ “Borobudur – Mt.Merapi – Prambanan”

Yogya Cover Review

 

สวัสดีครับทุกๆท่าน… เรากลับมาพบกันอีกครั้ง และก็เช่นเคยนะครับ ทริปนี้ผมก็ได้มีโอกาสไปเยือนที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปลายปีที่ผ่านแล้ว ไปทั้งทำงาน เที่ยวด้วยและก็หาที่รีวิวมาให้เพื่อนๆชม จริงๆ โดยส่วนตัวเคยมาอินโดหลายครั้งละครับ แต่มีอยู่สถานที่นึงที่อยากไปมานานแล้ว และยังไม่เคยได้ไปซะที นั่นก็คือ “บุโรพุทโธ” ครับ ซึ่งตอนแรกกะจะปักหลักเน้นเที่ยวอยู่ที่นี่ แต่หลักจากที่หาข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่าในเมือง “Yogyakarta” (ยอกยาการ์ต้า) นี้ ไม่ได้มีแค่ บุโรพุทโธ ที่เป็นไฮไลท์ แต่ยังมีเทวสถานอื่นๆที่น่าสนใจอย่าง “Prambanan” หรือ ปรัมบานัน และรวมไปถึงการไปเยือนภูเขาไฟ Merapi ที่เคยปะทุสร้างความเสียหายหนักมาแล้วในอดีต

 

Yogya (3)-1

 

สำหรับการเดินทางมา Yogyakarta นั้น ปัจจุบันยังไม่มีบินตรงจากไทยเรานะครับ ต้องแวะสถานเดียว แต่ก็มีทางเลือกเยอะมากครับ ทางที่ผมว่าสะดวกและง่ายสุด สามารถนั่งเครื่องมาลง Jakarta ก่อน และค่อยต่อไฟลท์ไป Yogyakarta แค่ชั่วโมงเดียว มีไฟลท์กันแทบทุกชั่วโมงเลยครับ

 

Yogya (20)-1

 

หลักๆทริปนี้ผมมีเวลาไม่มากครับ แต่ก็สามารถเก็บไฮไลท์สำคัญ 3 แห่งได้หมด โปรแกรมประมาณนี้ครับ;

วันแรก  – ผมบินมาถึง Yogyakarta ก็ในช่วงค่ำๆ เพื่อจะตื่นเช้าไปเก็บภาพอาทิตย์ขึ้นที่ บุโรพุทโธ

วันสอง (เช้าตรู่) – เก็บภาพยามเช้าใน บุโรพุทโธ / สายๆ ไปลุยภูเขาไฟ Merapi / ช่วงเย็นไปเก็บ ปรัมบานัน / ค้างคืนโรงแรมแถวสนามบิน

วันสาม – บินไฟลท์เช้า กลับไป Jakarta และต่อเครื่องกลับไทย

*** จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว เที่ยวแค่ 1 วันเต็มๆ เท่านั้น ได้เก็บครบด้วย ใครที่มีเวลาเที่ยวไม่มาก ผมว่าเมืองนี้สนุกเลยนะ …ทีนี้เราลองไปดูรีวิวในแต่ละสถานที่กันครับ

 

Yogya (46)-1

 

วันแรกผมบินมาจาก Jakarta ในช่วงค่ำๆ เนื่องจากเพิ่งทำงานเสร็จ แล้วรีบบินตรงดิ่งมาที่นี่เลย สำหรับทริปใน Yogyakarta นี้ผมใช้บริการรถส่วนตัวตลอด ถูกม๊ากกกกก เฉลี่ยวันละ พันกว่าบาทเท่านั้น (ให้ทิปนี่ไป ก็จะเกือบค่ารถละ) หลังจากนัดเจอคนขับรถที่สนามบินแล้ว ก็ออกเดินทางต่อทันที ไปยังที่พัก “Manohara” หนึ่งในที่พักที่อยู่ใกล้กับ บุโรพุทโธ ที่สุด ย้ำนะครับ… ว่าที่สุดจริงๆ เพราะตัวโรงแรมและบุโรพุทโธนั้น อยู่ในส่วนเดียวกันเลย

 

Yogya (17)-1

 

ข้อดีสำหรับใครที่มาพักที่นี่ ไม่เพียงแค่ใกล้ บุโรพุทโธ ในที่แบบเดินไปกลับได้สบายๆแล้ว แต่ยังสามารถเข้าออก บุโรพุทโธ ได้ตลอดทั้งวันด้วย เพราะเรทค่าห้องนั้นจะรวมตั๋วเข้าชมไว้แล้ว ปล. แต่สำหรับรอบเช้าตรู่สำหรับไปชมอาทิตย์ขึ้น ต้องชำระเพิ่มนะครับ อันนี้ไม่รวมๆ

 

Yogya (16)-1

 

รอบปกติตั๋วฟรีจากทางโรงแรม จะสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็นเท่านั้นนะครับ แต่ถ้าจะเข้าชมรอบพิเศษ เพื่อชมอาทิตย์ขึ้นที่ บุโรพุทโธ ประตูจะเริ่มเปิดให้เข้าได้ ตั้งแต่ตอนตี 4 ค่าเข้าชมรอบนี้ประมาณ 275,000 IDR หรือประมาณ 700 กว่าบาท

 

Yogya (1)-1

 

…แน่นอนครับ ผมตื่นตี 3.30 เลย เพื่อจะไปดักรออาทิตย์ขึ้น แต่วันนั้นโชคไม่ดีครับ ฝนกระหน่ำตั้งแต่ดึกยันเช้าเลย ฟ้าปิดสนิท ก็เลยได้บรรยากาศแบบชุ่มฉ่ำๆมาแทน น่าเสียดายมากๆ

 

Yogya (2)-1

 

ไหนๆมาเยือนกันแล้ว ก็ขอเอาประวัติความสำคัญของที่นี่มาแชร์ต่อให้ทุกๆท่านกันซักนิด… คนไทยเราจะรู้จักที่นี่กันในชื่อ “บุโรพุทโธ” แต่ในชื่อภาษาอังกฤษ คือ “Borobudur” หรือ โบโรบูดูร์ ผมเคยไปคุยกับคนอินโด แล้วถามถึง บุโรพุทโธ มันงงเลย ก็เพิ่งรู้ว่าต้องเรียกว่า โบโรบูดูร์

 

Yogya (14)-1

 

Yogya (8)-1

 

สำหรับ “บุโรพุทโธ” นั้น เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นระหว่างในปี พ.ศ. 1293 – 1393 ถ้าไม่นับ นครวัด ของกัมพูชาที่เป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ

 

บุโรพุทโธสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณถึง 2 ล้านตารางฟุต เป็นรูปทรงแบบปิรามิด และมีลานเป็นชั้นลดหลั่นกันถึง 8 ชั้น และบนลานกลมชั้นสูงสุดยังมีพระสถูปตั้งสูงขึ้นไปอีก มีการตกแต่งด้วยภาพสลักกว่า 2,000 ชิ้น และรูปปั้นพระพุทธรูปอีกกว่า 500 องค์

 

Yogya (13)-1

 

Yogya (10)-1

Yogya (7)-1

 

ในชั้นบนสุดของบุโรพุทโธ ที่ถือว่าเป็นส่วนยอดสุดของวิหาร มีลักษณะเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธาน เวลาที่มองมาจากที่ไกล จะเห็นเป็นเหมือนดอกบัวขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางหุบเขา มีผู้อุปมาภาพที่ปรากฏนี้ว่า แสดงถึงการหลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่งในโลก หรือที่เรียกว่านิพพาน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของศาสนาพุทธ

 

Yogya (19)-1

Yogya (12)-1

Chedi

 

หลังจากเปียกปอนจากฝนที่ยังตกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตี 4 ยัน 7 โมงเช้า ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเราเปื่อยมาก ก่อนที่จะไม่สบาย ก็ขอกลับโรงแรมไปอาบน้ำและกินข้าวเช้ากันก่อน เพื่อเตรียมตัวไปลุยภูเขาไฟกันต่อ

 

Yogya (15)-1

 

สถานที่ต่อไปที่จะพาทุกท่านไปชมกันก็คือ ภูเขาไฟ Merapi ครับ อยู่ห่างจาก บูโรพุทโธ เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น สามารถเช่ารถพร้อมคนขับท้องถิ่นพาไปได้ ไม่แพงๆครับ แต่ไฮไลท์คือต้องไปเปลี่ยนรถอีกครั้ง เป็นเจ้ารถจิ๊บอย่างในภาพ เพราะทางขึ้นเขาหลังจากนี้ เละสุดๆครับ รถนี่เด้งและกระแทกหินตลอดทางตั้งแต่ต้นจนจบเลย แต่ก็มันส์ดีๆ ปล. ทริปนี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก คนชรา คนท้อง นะครับ

 

Yogya (20)-1

 

Yogya (21)-1

 

สำหรับภูเขาไฟลูกนี้ เป็นหนึ่งในจำนวนภูเขาไฟ 129 ลูกในอินโดนิเชียที่ยังคุกรุ่นอยู่ และเคยระเบิดมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง สร้างความเสียหายหนักในทุกๆครั้ง

  • ปี 2473 มีผู้เสียชีวิตถึง 1,300 ราย
  • ปี 2537 ได้คร่าชีวิตผู้คนไป 70 ราย
  • ปี 2553 เกิดปะทุอีกครั้ง ก่อให้เกิดเถ้าถ่านและกลุ่มควันสูงขึ้นไปในอาอาศ 1.5 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 304 คน

*** จริงๆ จะว่าไปก็แอบอันตรายอยู่นะครับสำหรับภูเขาไฟลูกนี้

 

Yogya (23)-1

 

จุดแรกที่จะพามาชมกันก็คือ Merapi Eruption Museum เป็นจุดที่ทางการเค้าเก็บเอาไว้เพื่อเป็นอนุสรค์ ว่าในครั้งหนึ่งที่นี่เคยได้รับผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟในปี 2553

 

Yogya (24)-1

Yogya (27)-1

 

จะเห็นได้ว่าความรุนแรงจากการระเบิดในครั้งนั้น ทำลายทุกสิ่งอย่างจริงๆ ทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงซากวัวที่เป็นเหยื่อในคราวนั้นด้วย น่ากลัวและหดหู่มากๆครับ

 

Yogya (29)-1

Yogya (26)-1

Yogya (25)-1

 

ห้องรับแขกนี่เหลือแต่โครงเลย

 

Yogya (28)-1

 

Yogya (22)-1

 

หลังจากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อครับ ไปชมอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ นั่นก็คือ “Alien Rock” จากที่นี่ นั่งรถจิ๊ปต่อเข้าไปอีกไม่ไกลมาก แต่ทางนี่แย่สุดๆ ครับ โชคดีที่ฝนตกลงมาเมื่อเช้า ทำให้ฝุ่นไม่เยอะมาก ปกตินี่พี่คนขับเค้าบอกว่า จะเละกว่านี้เยอะ 555 ระหว่างทางมีแข่งกะคันอื่นไปด้วย…

 

Yogya (30)-1

 

Yogya (38)-1

 

“Alien Rock” คือหินที่ตกลงมา จากการปะทุครั้งล่าสุด และปักจมดินอยู่แบบนี้ ลักษณะจะคล้ายๆหัวของเอเลี่ยน ซึ่งส่วนตัวผมว่ามันธรรมดามากกกกกกก แต่ที่เค้าว่าไฮไลท์จริงๆคือ จากจุดนี้เราจะสามารถเห็นภูเขาไฟ Merapi ได้แบบเต็มๆ พร้อมทางลาว่าที่เคยไหลผ่าน

 

Yogya (32)-1

Yogya (31)-1

 

แต่ความโชคร้ายในทริปนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด หมอกชุดใหญ่ไม่รู้มาจากไหน ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ไม่ต้องสืบเลยครับว่าภูเขาไฟอยู่ไหน ขนาดรถจิ๊บเรายังเกือบหาไม่เจอ หมอกวันนั้นต้องยอมรับเลยว่าหนาจริง เซ็งสุดๆครับ

 

Yogya (35)-1

Yogya (33)-1

 

Yogya (36)-1

 

ถ้าวันฟ้าเปิดดีๆ ก็คงจะสวยอยู่ไม่น้อย… ไม่เป็นไรครับ ไปต่อกันกับไฮไลท์จุดสุดท้ายกันดีกว่า “Bunker”

 

Yogya (37)-1

 

ทางในช่วงสุดท้ายนี่ถือว่าโหดสุด เพราะเป็นทางลาดขึ้นเขา พื้นถนนลูกรังก็เต็มไปด้วยหินเป็นก้อนๆ ต้องยอมรับเลยว่าคนขับท้องถิ่นนี่เจ๋งจริงๆ

 

Yogya (40)-1

 

สำหรับจุดสุดท้ายนี้ เหมือนเป็นที่รวมตัวของนักท่องเที่ยว ถ้าใครอยากซื้อของฝาก กินข้าว กินน้ำ ก็สามารถเดินเล่นชิลๆที่นี่ได้

 

Yogya (41)-1

 

Yogya (48)-1

 

“Bunker” ก็ตามชื่อเลยครับ เป็นจุดที่เคยใช้เป็นที่หลบภัยจากการปะทุของภูเขาไฟ ภายในก็ใหญ่พอสมควร สามารถจุคนได้เป็นร้อย บริเวณรอบๆก็มีจุดชมวิวและถ่ายรูปอยู่หลายที่เลย

 

Yogya (42)-1

 

Yogya (44)-1

 

Yogya (43)-1

 

เสียดายที่หมอกยังปกคลุมอย่างต่อเนื่อง จากที่ลองเดินวนๆดูนะครับ มีจุดที่น่าถ่ายรูปเล่นอยู่หลายแห่งเลย แต่ก็อันตรายพอสมควรเหมือนกัน เพราะหมอกที่ยังหนา ทำให้มองไม่ค่อยเห็นทาง และยังมีหินลื่นๆอีก

 

Yogya (45)-1

Yogya (47)-1

Yogya (46)-1

 

หลังจากฟินๆ เซ็งๆกับหมอกที่นี่ซักพัก ก็ได้เวลากลับลงจากเขากันแล้ว หลักๆทริป Merapi นี้ ผมเลือกเที่ยวชมแบบธรรมดาสุด เพราะเวลาน้อยครับ ถ้าใครมีเวลาเหลือๆ ที่นี่เค้าก็มีจัดไปแบบ Trekking ตามรอยแนวลาว่าด้วย ก็น่าสนใจดีครับ ใครเป็นแนวนั้นก็สามารถไปลองกันดูได้

 

Yogya (49)-1

 

หลังจากลงจากเขาแล้ว ก็ไปต่อกันกับไฮไลท์สุดท้ายของทริปนี้ “Prambanan” หรือ “ปรัมบานัน” เทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย

 

Yogya (52)-1

 

ใช้เวลานั่งรถจากภูเขาไฟมาประมาณชั่วโมงกว่า ก็ถึงแล้วครับ “ปรัมบานัน” ที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปนิดเดียว ประมาณ 18 กิโล สำหรับที่นี่จะเสียค่าเข้าชมด้วย ถ้าเป็นชาวต่างชาติจะอยู่ที่ 234,000 IDR หรือประมาณ 600 กว่าบาท จะมาซื้อตั๋วที่หน้าทางเข้าเลย หรือซื้อผ่านคนขับรถก็ได้ ราคาเท่ากันครับ ไม่ต้องต่อคิวด้วย

 

Yogya (50)-1

Yogya (51)-1

 

สำหรับตัววัดแห่งนี้ สร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ตัววัดก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 จึงได้มีการเริ่มบูรณะวัดขึ้นมา การบูรณะของสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496

 

Yogya (54)-1

Yogya (53)-1

 

ในปัจจุบัน ปรัมบานันถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกและนับได้ว่าเป็นหนึ่งในศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและความใหญ่โตของปรางค์ซึ่งมีความสูงถึง 47 เมตร

 

Yogya (56)-1

Yogya (58)-1

 

Yogya (57)-1

 

“ปรัมบานัน” เป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างด้วยหินจำนวนหลายหลัง ลักษณะคล้ายเทวลัยหรือปราสาท มีเทวลัยหลัก 8 หลังอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยขนาดเล็กเป็นบริวารอีกมากกว่า 200 หลัง และมีแนวกำแพงล้อมรอบ ความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมของปรัมบานันคือองค์เทวาลัย และภาพแกะสลักนูนตามกำแพงที่ปราณีตสวยงาม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบรรดาเทพเจ้าหรือเรื่องรามายณะและตำนานอื่น ๆ แสดงให้เก็นถึงความความยิ่งใหญ่ ความงาม และความสำคัญของศาสนาฮินดูในอดีต ทำให้วิหารปรัมบานันได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก

 

Yogya (60)-1

Yogya (59)-1

 

Yogya (67)-1

Yogya (65)-1

 

ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่อยู่พอสมควรเลยครับ เพราะสถานที่มันใหญ่มากๆ มีอะไรให้ดู ให้ชมเพียบเลย แต่ใครเดินไม่ไหว ที่นี่ก็มีบริการรถรับส่งไว้ด้วย จะมีจุดจอดเป็นระยะๆไป

 

Yogya (66)-1

 

ก่อนกลับ ถ้าใครกำลังหาซื้อของฝาก ก็สามารถแวะตลาดแถวๆทางออกได้ มีของน่าซื้อเพียบเลย ที่สำคัญไม่แพงด้วย แนะนำๆครับ

 

Yogya (69)-1

 

หลังจากจบทริป ก็ค่ำๆแล้วครับ ทันเวลาเที่ยวใน 1 วันพอดีๆเลย เห็นไหม๊ครับ!!! ได้เก็บไฮไลท์สำคัญครบทั้ง 3 แห่งด้วย ใครมีเวลาเที่ยวไม่มาก งบไม่เยอะ แนะนำจริงๆให้ลองมาเที่ยวที่ Yogyakarta กันดูนะครับ ทุกๆท่านจะต้องทึ่งกับอารยธรรมและเทวสถานต่างๆของที่นี่แน่นอน

 

ปล. ขอมาแนะนำอีกนิด วันสุดท้ายผมมานอนที่โรงแรม Premier Inn ในตัวเมือง ซึ่งอยู่ใกล้สนามบินมากๆ 5 นาทีถึง เป็นโรงแรมเปิดใหม่ราคาหลักร้อย (ตอนนี้ไม่รู้ยังร้อยอยู่รึป่าว) แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะหลักร้อย เพราะดูแกรนด์ระดับนึงเลย แนะนำจริงๆครับ

 

Yogya (71)-1

Yogya (70)-1

 

ขอบคุณทุกๆท่านที่มาติดตามชมกันนะครับ ทริปหน้าอย่าลืมมาติดตามกันต่อ ยังมีอีกหลายเมืองบนโลกใบนี้ที่น่าสนใจอีกเพียบและอยากจะมารีวิวให้ชมกันต่อ แล้วเจอกันใหม่ เร็วๆนี้ …สวัสดีครับ

 

Written by 9journeythailand

Information:

Rating : 5:5
Address : Yogyakarta, Indonesia

Map :